Saturday, 4 December 2021

ผ้าย้อมขี้ควาย บ้านนาเชือก

บ้านนาเชือกมีพื้นที่บ้านเรือนประมาณ 80 ไร่ พื้นที่ทำกินประมาณ 600 ไร่ และพื้นที่อื่นๆ อีก 720 ไร่เป็นที่ลาดเขา สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ลาดชัน บ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นที่ราดติดๆกับชายน้ำ พื้นที่ทำกินเป็นพื้นที่ลาดชันชายเขา ติดป่าสงวนและเขื่อนน้ำอูน ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ทำนา แต่ผลผลิตไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีสวนยางพาราบ้าง นอกจากนี้ยังมีการเลื้ยงสัตว์ เช่น ควาย ซึ่งเลี้ยงกันสืบต่อๆกันมาจากบรรพบุรุษ

แต่พอหมดฤดูทำนา ชาวบ้านจะไม่มีรายได้ จึงจำเป็นต้องหารายได้เสริม จากสิ่งที่มีอยู่ จึงเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ ที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่เลยก็ว่าได้

ความเป็นมาของผ้าย้อมมูลความหรือผ้าย้อมขี้ควายนั้น เกิดจากการรวตัวกันของกลุ่มแม่บ้าน โดยไปปรึกษาพระอาจารย์ ฉัฐกรณ์ มหาปุญโญภิกขุ โดยพระอาจารย์แนำว่าไม่อยากให้ย้อมผ้าด้วยสีย้อมเคมี อยากให้ใช้สีจากธรรมชาติ จึงเป็นที่มาของการใช้สีจากมูลควายกับสีธรรมชาติอื่นๆ เช่น ดินโคลนและเปลือกไม้ ซึ่งนับว่าเป็นการสร้างอาชีพเสริมให้กับชาวบ้านนาเชือก หลังจากที่หมดฤดูทำนา

เมื่อก่อนนั้นคนอีสานก็มีเอามูลความมาย้อมทำสีผ้าบ้าง แต่ก็ไม่ได้มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ เหมือนปัจจุบัน

มีหลายหน่วยงานเข้ามาส่งเสริมการเลี้ยงควาย และสนับสนุนให้หมู่บ้านเป็นหมู่บ้านตัวอย่าง ภายใต้คำขวัญ “วัดดอยงามล้ำ  วัฒนธรรมภูไท  ปลาใหญ่เขื่อนน้ำอูน แหล่งอุดมสมบูรณ์ภูพาน งามตระการผ้าย้อมมูลควาย มากมายอารยะธรรม  น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง  เคียงคู่เทคโนโลยี”

ขอบคุณข้อมูลจาก 126จิรัตติยา บัวเมือง